หุ้นส่วนในเอเชีย
อย่างเป็นทางการ

เบิร์นลีย์ เอฟซี

  • ประวัติทีม
  • เกียรติประวัติ

เบิร์นลีย์ เอฟซี เป็นสโสรฟุตบอลที่มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองแลนแคสเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้มีการก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ปี 1882 โดยถือเป็น 1 ใน 12 ทีมที่เป็นสมาชิกของลีกฟุตบอลในขณะนั้น พวกเขาเป็นที่รู้จักกันในนาม “เดอะคลาเรตส์” เนื่องจากเบิร์นลีย์เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งมากในการลงเล่นในบ้าน โดยเบิร์นลีย์นั้นเป็นหนึ่งในห้าทีมเท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์มาได้ทั้ง 4 ดิวิชั่นของอังกฤษ

ตั้งแต่ที่พวกเขาได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017 เบิร์นลีย์ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าอันดับ 7 ของตารางมาครองได้ และยังเป็นที่กล่าวขานถึงการเป็นทีมเยือนที่มีฟอร์มแข็งแกร่งมากที่สุดที่หนึ่ง

เทิร์ฟ มัวร์ คือสนามเหย้าของเบิร์นลีย์มาตั้งแต่ปี 1883 และถือเป็นสนามที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานมากเป็นอันดับที่ 2 ของบรรดาสโมสรในลีกอังกฤษอีกด้วย เมิร์ฟ มัวร์ ถือเป็นสถานที่สำคัญของเมืองและเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เบิร์นลีย์นั้นเป็นหนึ่งในทีมที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุด ความจุของสนามนั้นอยู่ที่ 22,000 ที่นั่งซึ่งจะเท่ากับประมาณหนึ่งที่นั่งต่อสามคนที่อาศัยอยู่ในเมืองและถือเป็นหนึ่งในอัตราส่วนที่ดีที่สุดต่อหัวในฟุตบอลอังกฤษ

เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังจากที่ก่อตั้งสโมสรเบิร์นลีย์ก็ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว สามารถดึงตัวผู้เล่นมาร่วมทีมได้มากมายโดยสามารถดึงนักเตะจากสก็อตแลนด์มาร่วมทีมได้อีกด้วย ในปี 1884 นั้นเยบิร์นลีย์เป็นหนึ่งใน 35 สโมสรที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้เอฟเอนั้นได้ก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นมืออาชีพในปี 1885 และได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังกับทีมในช่วงปี 1900 แฮร์รี่ วินเดิล ได้มาเป็นเจ้าของสโมสรในปี 1909 ซึ่งทำให้การเงินของทีมนั้นมีการหมุนเวียนเกิดขึ้นและในช่วงเปลี่ยนศตวรรษนั้นก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนสีประจำของทีมจากสีเขียวมาเป็นสีคลาเรตและสีน้ำเงินที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

เบิร์นลีย์ เอฟซี สามารถคว้าถ้วยแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกได้ในปี 1914 ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ ด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำประตูของหนึ่งในตำนานดาวเตะของทีมอย่าง เบรต ฟรีแมน และจากความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ก็นำมาซึ่งความสำเร็จก้าวต่อๆไปของทีมด้วยการคง้าแชมป์ดิวิชั่น แชมเปี้ยนส์ชิพ ในฤดูกาล 1920-21 หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นคว้ารองแชมป์ไปครอง ช่วงเวลาที่เบิร์นลีย์ประสบความสำเร็จสูงสุดนั้นมีเวลายาวนาน 30 ปี จากปี 1946 – 1976 ในช่วงแห่งความสำเร็จของทีมนั้นก็ได้มีการปรับโครงสร้างเน้นสร้างผู้เล่นดาวรุ่งและมีระบบแมวมองสอดส่องหาตัวผู้เล่นที่จะนำมาปลุกปั้นได้และนั่นก็ทำให้ทีมนั้นผลิตนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมได้มากมาย เบิร์นลีย์คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในปี 1959-60 ภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี่ พ็อตต์ และดาวเตะระดับตำนานของทีมอย่างจิมมี่ แอนเดอร์สันและจิมมี่ แม็คอินรอย

ในช่วงปี 1980 ถือเป็นช่วงที่ทีมนั้นประสบกับความยากลำบากด้วยการตกชั้นและการตัดสินใจซื้อขายตัวผู้เล่นที่ไม่ดีนัก มีนักเตะหลายคนย้ายออกจากทีม แต่ในช่วงปี 1990 นั้นทีมก็เริ่มกลับสู่ร่องสู่รอยด้วยการสามารถกลับมาลงเล่นในดิวิชั่น 2 ได้ และจากนั้นพวกเขาก็สามารถกลับสู่ลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2008-09 จากการชนะเพลย์ออฟ เป็นการสิ้นสุดการคอยกว่า 33 ปี ของทีมในการหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

ในฤดูกาล 2020-21 นี้ จะถือเป็นปีที่ 8 ของเบิร์นลีย์ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมอย่าง ฌอน ไดซ์ ภายใต้การทำทีมของเขาเบิร์นลีย์ก็ได้แสดงศักยภาพที่ดีในพรีเมียร์ลีกและมีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีก เดอะ คลาเร็ต หมายมั่นปั้นมือที่จะทำผลงานให้ดีกว่าฤดูกาลก่อนที่คว้าอันดับ 10 ของตารางมาครองได้และตั้งใจสร้างความแข็งแกร่งทั้งฟอร์มการเล่นในบ้านและนอกบ้านไปพร้อมกัน

3
วิชั่น 1 (1888 – 1992)
แชมป์ 1920-21, 1956-60 รองแชมป์ 1919-20, 1961-62
2
เอฟเอ คัพ
แชมป์ 1913-14 รองแชมป์ 1946-47, 1961-62
5
ดิวิชั่น 2 / แชมเปี้ยนส์ชิพ
แชมป์ 1897 – 1988, 1972 – 73, 2015 – 16 เลื่อนชั้น 1912 – 13, 1946 – 47, 2013 – 14 ผู้ชนะเพลย์ออฟ 2008 – 09
  • ประวัติทีม

เบิร์นลีย์ เอฟซี เป็นสโสรฟุตบอลที่มีที่ตั้งอยู่ที่เมืองแลนแคสเชียร์ ประเทศอังกฤษ ซึ่งได้มีการก่อตั้งเมื่อวันที่ 18 พ.ค. ปี 1882 โดยถือเป็น 1 ใน 12 ทีมที่เป็นสมาชิกของลีกฟุตบอลในขณะนั้น พวกเขาเป็นที่รู้จักกันในนาม “เดอะคลาเรตส์” เนื่องจากเบิร์นลีย์เป็นทีมที่มีความแข็งแกร่งมากในการลงเล่นในบ้าน โดยเบิร์นลีย์นั้นเป็นหนึ่งในห้าทีมเท่านั้นที่สามารถคว้าแชมป์มาได้ทั้ง 4 ดิวิชั่นของอังกฤษ

ตั้งแต่ที่พวกเขาได้เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2016-2017 เบิร์นลีย์ก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าอันดับ 7 ของตารางมาครองได้ และยังเป็นที่กล่าวขานถึงการเป็นทีมเยือนที่มีฟอร์มแข็งแกร่งมากที่สุดที่หนึ่ง

เทิร์ฟ มัวร์ คือสนามเหย้าของเบิร์นลีย์มาตั้งแต่ปี 1883 และถือเป็นสนามที่มีการใช้งานมาอย่างยาวนานมากเป็นอันดับที่ 2 ของบรรดาสโมสรในลีกอังกฤษอีกด้วย เมิร์ฟ มัวร์ ถือเป็นสถานที่สำคัญของเมืองและเป็นอีกหนึ่งเหตุผลสำคัญที่เบิร์นลีย์นั้นเป็นหนึ่งในทีมที่มีผู้สนับสนุนมากที่สุด ความจุของสนามนั้นอยู่ที่ 22,000 ที่นั่งซึ่งจะเท่ากับประมาณหนึ่งที่นั่งต่อสามคนที่อาศัยอยู่ในเมืองและถือเป็นหนึ่งในอัตราส่วนที่ดีที่สุดต่อหัวในฟุตบอลอังกฤษ

เพียงช่วงระยะเวลาสั้นๆ หลังจากที่ก่อตั้งสโมสรเบิร์นลีย์ก็ประสบความสำเร็จได้อย่างรวดเร็ว สามารถดึงตัวผู้เล่นมาร่วมทีมได้มากมายโดยสามารถดึงนักเตะจากสก็อตแลนด์มาร่วมทีมได้อีกด้วย ในปี 1884 นั้นเยบิร์นลีย์เป็นหนึ่งใน 35 สโมสรที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับสมาคมฟุตบอลอังกฤษ แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้เอฟเอนั้นได้ก้าวขึ้นมาสู่ความเป็นมืออาชีพในปี 1885 และได้เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังกับทีมในช่วงปี 1900 แฮร์รี่ วินเดิล ได้มาเป็นเจ้าของสโมสรในปี 1909 ซึ่งทำให้การเงินของทีมนั้นมีการหมุนเวียนเกิดขึ้นและในช่วงเปลี่ยนศตวรรษนั้นก็นำมาซึ่งการเปลี่ยนสีประจำของทีมจากสีเขียวมาเป็นสีคลาเรตและสีน้ำเงินที่มีชื่อเสียงในปัจจุบัน

เบิร์นลีย์ เอฟซี สามารถคว้าถ้วยแชมป์รายการใหญ่ครั้งแรกได้ในปี 1914 ด้วยการเอาชนะลิเวอร์พูลในรอบชิงชนะเลิศศึกเอฟเอ คัพ ด้วยสกอร์ 1-0 จากการทำประตูของหนึ่งในตำนานดาวเตะของทีมอย่าง เบรต ฟรีแมน และจากความสำเร็จในการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ก็นำมาซึ่งความสำเร็จก้าวต่อๆไปของทีมด้วยการคง้าแชมป์ดิวิชั่น แชมเปี้ยนส์ชิพ ในฤดูกาล 1920-21 หลังจากที่ฤดูกาลก่อนหน้านั้นคว้ารองแชมป์ไปครอง ช่วงเวลาที่เบิร์นลีย์ประสบความสำเร็จสูงสุดนั้นมีเวลายาวนาน 30 ปี จากปี 1946 – 1976 ในช่วงแห่งความสำเร็จของทีมนั้นก็ได้มีการปรับโครงสร้างเน้นสร้างผู้เล่นดาวรุ่งและมีระบบแมวมองสอดส่องหาตัวผู้เล่นที่จะนำมาปลุกปั้นได้และนั่นก็ทำให้ทีมนั้นผลิตนักเตะดาวรุ่งที่ยอดเยี่ยมได้มากมาย เบิร์นลีย์คว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้อีกครั้งในปี 1959-60 ภายใต้การคุมทีมของแฮร์รี่ พ็อตต์ และดาวเตะระดับตำนานของทีมอย่างจิมมี่ แอนเดอร์สันและจิมมี่ แม็คอินรอย

ในช่วงปี 1980 ถือเป็นช่วงที่ทีมนั้นประสบกับความยากลำบากด้วยการตกชั้นและการตัดสินใจซื้อขายตัวผู้เล่นที่ไม่ดีนัก มีนักเตะหลายคนย้ายออกจากทีม แต่ในช่วงปี 1990 นั้นทีมก็เริ่มกลับสู่ร่องสู่รอยด้วยการสามารถกลับมาลงเล่นในดิวิชั่น 2 ได้ และจากนั้นพวกเขาก็สามารถกลับสู่ลีกสูงสุดอย่างพรีเมียร์ลีกได้ในฤดูกาล 2008-09 จากการชนะเพลย์ออฟ เป็นการสิ้นสุดการคอยกว่า 33 ปี ของทีมในการหวนคืนสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง

ในฤดูกาล 2020-21 นี้ จะถือเป็นปีที่ 8 ของเบิร์นลีย์ภายใต้การคุมทีมของผู้จัดการทีมอย่าง ฌอน ไดซ์ ภายใต้การทำทีมของเขาเบิร์นลีย์ก็ได้แสดงศักยภาพที่ดีในพรีเมียร์ลีกและมีสไตล์การเล่นที่น่าสนใจทีมหนึ่งในพรีเมียร์ลีก เดอะ คลาเร็ต หมายมั่นปั้นมือที่จะทำผลงานให้ดีกว่าฤดูกาลก่อนที่คว้าอันดับ 10 ของตารางมาครองได้และตั้งใจสร้างความแข็งแกร่งทั้งฟอร์มการเล่นในบ้านและนอกบ้านไปพร้อมกัน

  • เกียรติประวัติ
3
วิชั่น 1 (1888 – 1992)
แชมป์ 1920-21, 1956-60 รองแชมป์ 1919-20, 1961-62
2
เอฟเอ คัพ
แชมป์ 1913-14 รองแชมป์ 1946-47, 1961-62
5
ดิวิชั่น 2 / แชมเปี้ยนส์ชิพ
แชมป์ 1897 – 1988, 1972 – 73, 2015 – 16 เลื่อนชั้น 1912 – 13, 1946 – 47, 2013 – 14 ผู้ชนะเพลย์ออฟ 2008 – 09